Vardenafil (Levitra) คืออะไร ราคาเท่าไหร่ วิธีการใช้และผลข้างเคียง

pexels:17311336

Vardenafil (Levitra) คืออะไร

Vardenafil เป็นยาในกลุ่ม PDE5 Inhibitor (Phosphodiesterase-5 Inhibitor) เช่นเดียวกับ Sildenafil (Viagra) และ Tadalafil (Cialis) โดย Vardenafil ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction – ED) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “นกเขาไม่ขัน” ยี่ห้อการค้าที่รู้จักกันดีของ Vardenafil คือ Levitra ซึ่งผลิตโดยบริษัท Bayer และ GlaxoSmithKline

จุดเด่นของ Vardenafil คือการออกฤทธิ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง โดยหลายงานวิจัยพบว่า Vardenafil มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายคลึงกับ Sildenafil แต่ถูกปรับแต่งให้มีความจำเพาะต่อเอนไซม์ PDE5 มากกว่า ทำให้สามารถใช้ขนาดยาที่น้อยกว่าแต่ให้ประสิทธิภาพเท่าเทียมหรือดีกว่าในบางกรณี

นอกจาก Levitra แล้ว ยังมีเวอร์ชันสามัญ (Generic) ของ Vardenafil ที่มีชื่อทางการค้าต่าง ๆ เช่น Levifil 20mg, Extra Super Levifil, และ Extra Super VegaForce ซึ่งมีราคาถูกกว่า แต่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยเทียบเท่ากับยาต้นแบบ

Vardenafil ทำงานอย่างไร

Vardenafil ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งเอนไซม์ PDE5 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายสาร cGMP (cyclic Guanosine Monophosphate) เมื่อรับประทานยาไปแล้ว ร่างกายจะมีการหลั่ง cGMP ออกมาเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ cGMP จะทำให้กล้ามเนื้อเรียบในผนังหลอดเลือดที่อวัยวะเพศคลายตัว ส่งผลให้เลือดไหลเข้าไปในอวัยวะเพศได้มากขึ้น ทำให้เกิดการแข็งตัวที่แข็งแรงและยาวนาน

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Vardenafil ไม่ได้ทำให้เกิดการแข็งตัวได้เองโดยไม่มีการกระตุ้นทางเพศ ยาจะทำงานก็ต่อเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศจากคู่ครองหรือสิ่งเร้าอื่น ๆ เท่านั้น เมื่อไม่มีสิ่งกระตุ้น Vardenafil ก็จะไม่ทำงาน และร่างกายจะขับยาทิ้งไปตามกลไกปกติ

Vardenafil ราคาเท่าไหร่

ราคาของ Vardenafil ในประเทศไทยขึ้นอยู่กับยี่ห้อและขนาดที่เลือกใช้:

Levitra (ยาต้นแบบ)

Levitra ของบริษัท Bayer เป็นยาต้นแบบของ Vardenafil ที่มีราคาสูงที่สุด โดยทั่วไปราคาอยู่ที่ประมาณ 350-600 บาทต่อเม็ด ขึ้นอยู่กับขนาดยาและสถานที่ซื้อ แม้จะมีราคาสูง แต่ก็มั่นใจได้ในคุณภาพและการรับรองจากองค์การอาหารและยา

Levitra Generic (ยาเวอร์ชันสามัญ)

ยาสามัญของ Vardenafil เช่น Levifil 20mg มีราคาถูกกว่ายาต้นแบบมาก โดยทั่วไปราคาอยู่ที่ประมาณ 120-250 บาทต่อเม็ด ซึ่งประหยัดกว่าได้มากถึง 50-60% เมื่อเทียบกับ Levitra ต้นแบบ ยาสามัญเหล่านี้ผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างจากยาต้นแบบแต่อย่างใด องค์การอาหารและยาของหลายประเทศรับรองว่ายาสามัญมีตัวยาเดียวกัน ออกฤทธิ์เหมือนกัน แต่ราคาถูกกว่าเพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา

หากคุณกำลังมองหายา Vardenafil แท้คุณภาพดี ในราคาที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น Levitra ยาต้นแบบ หรือ Levifil 20mg ยาสามัญ เรามีสินค้าของแท้ 100% พร้อมจัดส่งทั่วประเทศไทย:

🔥 สั่งซื้อ Levitra (Vardenafil) ราคาพิเศษ ส่งไวทั่วไทย!

ขนาดและวิธีการใช้ Vardenafil

ขนาดยามาตรฐาน

Vardenafil มีขนาดยาที่แนะนำดังนี้:

  • ขนาดเริ่มต้น (Recommended Starting Dose): 10 มก. รับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 25-60 นาที
  • ขนาดต่ำสุด (Minimum Dose): 5 มก. สำหรับผู้ที่ตอบสนองดีหรือมีผลข้างเคียงจากขนาด 10 มก.
  • ขนาดสูงสุด (Maximum Dose): 20 มก. สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ควรเกินวันละ 1 ครั้ง

วิธีการรับประทานที่ถูกต้อง

  • รับประทาน Vardenafil ก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 25-60 นาที
  • ยาสามารถรับประทานพร้อมอาหารหรือไม่มีอาหารก็ได้ แต่ไม่ควรรับประทานพร้อมอาหารที่มีไขมันสูง เพราะจะทำให้การดูดซึมยาช้าลงและลดประสิทธิภาพ
  • ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 1 ครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากร่วมกับยา เพราะจะเพิ่มผลข้างเคียงและลดประสิทธิภาพ
  • ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ หากคุณมีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาอื่นอยู่

ระยะเวลาการออกฤทธิ์

Vardenafil เริ่มออกฤทธิ์ภายใน 25-60 นาทีหลังจากรับประทาน โดยยาจะมีความเข้มข้นสูงสุดในเลือดที่ประมาณ 45-60 นาที ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของ Vardenafil อยู่ที่ประมาณ 4-6 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่า Sildenafil (Viagra) เล็กน้อย แต่สั้นกว่า Tadalafil (Cialis) ที่ออกฤทธิ์นานถึง 24-36 ชั่วโมง

Vardenafil เปรียบเทียบกับ Sildenafil และ Tadalafil

คุณสมบัติ Vardenafil (Levitra) Sildenafil (Viagra) Tadalafil (Cialis)
เวลาเริ่มออกฤทธิ์ 25-60 นาที 30-60 นาที 30-60 นาที
ระยะเวลาออกฤทธิ์ 4-6 ชั่วโมง 4-5 ชั่วโมง 24-36 ชั่วโมง
ผลกระทบจากอาหาร ไขมันสูงลดประสิทธิภาพ ไขมันสูงลดประสิทธิภาพ ไม่มีผลกระทบ
ขนาดยามาตรฐาน 10-20 มก. 50-100 มก. 10-20 มก.
ความแรงสูงสุด 20 มก. 100 มก. 20 มก.

Vardenafil มีข้อได้เปรียบตรงที่มีประสิทธิภาพแรงกว่า Sildenafil ในขนาดยาที่น้อยกว่า ทำให้ผู้ที่ใช้ Sildenafil แล้วไม่ได้ผล อาจเปลี่ยนมาใช้ Vardenafil แล้วได้ผลดีกว่า อย่างไรก็ตาม Vardenafil มีราคาแพงกว่า Sildenafil ทั่วไป โดยเฉพาะถ้าเป็น Levitra ยาต้นแบบ

ผลข้างเคียงของ Vardenafil

Vardenafil เช่นเดียวกับยา PDE5 Inhibitor ทุกชนิด อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เองเมื่อร่างกายปรับตัวได้:

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

  • ปวดศีรษะ (Headache): พบได้ประมาณ 10-15% ของผู้ใช้ เป็นผลจากการขยายตัวของหลอดเลือดในสมอง
  • หน้าแดง (Facial Flushing): พบประมาณ 7-10% เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดที่ใบหน้า
  • อาการคัดจมูก (Nasal Congestion): พบประมาณ 5-10%
  • อาหารไม่ย่อยหรือแสบร้อนกลางอก (Dyspepsia): พบประมาณ 4-5% โดยเฉพาะเมื่อรับประทานพร้อมอาหาร
  • เวียนศีรษะ (Dizziness): พบประมาณ 2-3%

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อย แต่ควรระวัง

  • การมองเห็นผิดปกติ: อาจเห็นภาพเป็นสีฟ้าหรือมีความไวต่อแสงมากขึ้น พบได้น้อยกว่า Sildenafil
  • ปวดกล้ามเนื้อ (Myalgia): พบประมาณ 1-2%
  • Priapism (การแข็งตัวนานผิดปกติ): หากแข็งตัวนานเกิน 4 ชั่วโมง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่ออวัยวะเพศเสียหายถาวร
  • การได้ยินลดลงหรือสูญเสียการได้ยิน: พบได้น้อยมาก แต่ควรหยุดยาและไปพบแพทย์หากเกิดขึ้น

ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้ Vardenafil

Vardenafil มีข้อห้ามใช้ที่สำคัญดังนี้:

  • ผู้ที่ใช้ยา Nitrate: ห้ามใช้ Vardenafil ร่วมกับยาในกลุ่ม Nitrate (เช่น Isosorbide Mononitrate, Nitroglycerin) ที่ใช้รักษาโรคหัวใจเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ผู้ที่ใช้ Alpha-Blocker: อาจต้องปรับขนาดยาหรือหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกัน เนื่องจากอาจทำให้ความดันโลหิตต่ำเกินไป
  • ผู้ที่มีโรคหัวใจรุนแรง: เช่น หัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรง หรือประวัติหัวใจวายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
  • ผู้ที่มีโรคตับหรือไตขั้นรุนแรง: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ (Hypotension): หรือความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้
  • ผู้ที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม (Retinitis Pigmentosa): ควรหลีกเลี่ยงการใช้

Vardenafil เหมาะกับใคร

Vardenafil (Levitra) เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเล็กน้อย ปานกลาง ไปจนถึงรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่:

  • ต้องการยาที่ออกฤทธิ์เร็วและมีประสิทธิภาพสูง
  • ใช้ Sildenafil (Viagra) แล้วไม่ได้ผลหรือได้ผลไม่ดีพอ
  • ต้องการยาที่มีผลข้างเคียงด้านการมองเห็นน้อยกว่า Sildenafil
  • ต้องการยาที่มีผลต่อการได้ยินน้อยกว่า Sildenafil
  • สามารถวางแผนการมีเพศสัมพันธ์ล่วงหน้าได้ (เนื่องจากระยะเวลาออกฤทธิ์ 4-6 ชั่วโมง)

วิธีเลือกซื้อ Vardenafil ให้ได้ของแท้

การเลือกซื้อ Vardenafil โดยเฉพาะ Levitra และยาสามัญ ควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้:

  • แหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ: เลือกซื้อจากร้านยาที่มีใบอนุญาตหรือเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้เท่านั้น
  • ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์: ยาแท้มีบรรจุภัณฑ์ที่เรียบร้อย มีเลขทะเบียนยาชัดเจน สีสันของเม็ดยาสม่ำเสมอ
  • ราคาที่เหมาะสม: ราคาถูกเกินไปอาจเป็นของปลอม ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • รีวิวจากผู้ใช้จริง: ตรวจสอบความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงก่อนตัดสินใจซื้อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Vardenafil (FAQ)

ถาม: Vardenafil กับ Levitra ต่างกันอย่างไร

ตอบ: Levitra คือชื่อการค้า (Brand Name) ของ Vardenafil ซึ่งเป็นชื่อตัวยา (Generic Name) เช่นเดียวกับ Viagra คือชื่อการค้าของ Sildenafil Levitra เป็นยาต้นแบบที่พัฒนาโดยบริษัท Bayer ส่วน Vardenafil ที่เป็นยาสามัญ เช่น Levifil 20mg มีตัวยาเดียวกันแต่ราคาถูกกว่า

ถาม: Vardenafil กับ Sildenafil ต่างกันอย่างไร

ตอบ: ความแตกต่างหลักคือ Vardenafil มีประสิทธิภาพแรงกว่า Sildenafil ในขนาดยาที่น้อยกว่า กล่าวคือ Vardenafil 10 มก. มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ Sildenafil 50 มก. นอกจากนี้ Vardenafil มีผลข้างเคียงด้านการมองเห็นน้อยกว่า Sildenafil แต่ทั้งคู่ก็จัดอยู่ในกลุ่ม PDE5 Inhibitor เหมือนกัน

ถาม: Vardenafil ราคาเท่าไหร่ในไทย

ตอบ: Levitra (ยาต้นแบบ) ราคาประมาณ 350-600 บาทต่อเม็ด ส่วนยาสามัญ เช่น Levifil 20mg ราคาประมาณ 120-250 บาทต่อเม็ด ขึ้นอยู่กับร้านและแหล่งที่ซื้อ

ถาม: Vardenafil กินตอนไหน

ตอบ: ควรรับประทาน Vardenafil ก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 25-60 นาที โดยรับประทานพร้อมน้ำเปล่า ไม่ควรกินพร้อมอาหารที่มีไขมันสูง เพราะจะทำให้ยาออกฤทธิ์ช้าลง

ถาม: Vardenafil ออกฤทธิ์นานกี่ชั่วโมง

ตอบ: Vardenafil มีระยะเวลาการออกฤทธิ์ประมาณ 4-6 ชั่วโมง ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มออกฤทธิ์จนถึงระดับที่ลดลงจนไม่สามารถทำให้แข็งตัวได้

ถาม: Vardenafil มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ตอบ: ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดศีรษะ หน้าแดง คัดจมูก และอาหารไม่ย่อย โดยส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เอง พบน้อยแต่ควรระวังคือการแข็งตัวนานผิดปกติ (Priapism) ควรรีบพบแพทย์หากแข็งตัวนานเกิน 4 ชั่วโมง

ถาม: ซื้อ Vardenafil ที่ไหนในไทย

ตอบ: Vardenafil สามารถซื้อได้ตามร้านยาที่มีใบอนุญาต หรือสั่งซื้อออนไลน์จากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือหรือราคาถูกเกินไปเพราะอาจได้ยาปลอม

ถาม: Vardenafil กินกับแอลกอฮอล์ได้ไหม

ตอบ: สามารถดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเล็กน้อยร่วมกับ Vardenafil ได้ แต่ไม่ควรดื่มในปริมาณมากเพราะจะเพิ่มผลข้างเคียง เช่น เวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ และลดประสิทธิภาพของยา

ถาม: ผู้ป่วยเบาหวานกิน Vardenafil ได้ไหม

ตอบ: ได้ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะ ED สามารถใช้ Vardenafil ได้อย่างปลอดภัย งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า Vardenafil มีประสิทธิภาพดีในผู้ป่วยเบาหวาน อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เพื่อตรวจสอบว่ายาอื่นที่ใช้อยู่ไม่มีปฏิกิริยากับ Vardenafil

✅ เลือกซื้อยา ED ของแท้ ราคายุติธรรม จัดส่งด่วนทั่วประเทศ

สรุป

Vardenafil (Levitra) เป็นยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่มีประสิทธิภาพสูง ออกฤทธิ์เร็วภายใน 25-60 นาที และนาน 4-6 ชั่วโมง จุดเด่นคือมีความแรงมากกว่า Sildenafil ในขนาดยาที่น้อยกว่า และมีผลข้างเคียงด้านการมองเห็นน้อยกว่า เหมาะสำหรับผู้ชายที่ต้องการยาที่ออกฤทธิ์ดีและเชื่อถือได้ ทางเลือกที่คุ้มค่าคือการใช้ยาสามัญของ Vardenafil เช่น Levifil 20mg ซึ่งมีราคาถูกกว่า Levitra มาก แต่มีคุณภาพและประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน

หากคุณกำลังมองหายา Vardenafil แท้ ราคายุติธรรม พร้อมจัดส่งด่วนทั่วประเทศไทย สั่งซื้อได้เลยวันนี้ที่ร้านยาออนไลน์ของเรา เราคัดสรรสินค้าของแท้ 100% จัดส่งแบบ discreet มั่นใจได้ในทุกคำสั่งซื้อ